วันอังคารที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2553

I will be better

.............................


ได้แต่ยินยอมรับความเจ็บปวด
และฉันจะอดทน แม้แทบขาดใจ
ไม่อาจจะวิ่งหนีความจริง ที่มันโหดร้าย
จะพร้อม จะยอมเข้าใจความเปลี่ยนแปลง


...............................


เสาร์ ที่ 19 ธันวาคม 2009 วันที่เสียใจที่สุดในชีวิต


เก้าโมงเช้า ตามเวลาประเทศไทย
บ่ายโมงตรง ตามเวลาซิดนีย์
เรากำลังจะเริ่มต้นทำงานช่วงบ่าย
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น หน้าจอโชว์เป็น private number
เสียงลูกพี่ลูกน้องดังมาตามสาย

เจ๊.. กลับบ้านด่วน

มีอะไรเหรอ ใครเป็นอะไร

เจ๊กลับบ้านด่วน แม่ไม่สบายมาก

แม่เป็นอะไร แล้วพาไปหาหมอหรือยัง

เจ๊ แม่เสียแล้ว...........




................................






วางสายไปแล้ว รีบกดโทรหาพี่อ้อ
ปล่อยโฮจนพี่อ้อตกใจ คิดว่าเราถูกใครทำร้าย
ทุกอย่างดูเบลอ ๆ เคว้ง ๆ บอกไม่ถูก
นั่งร้องไห้อยู่สักพัก พยายามที่จะตั้งสติให้ได้
ตั้งใจจะรีบทำงานให้เสร็จ
รับงานรับเงินเขามาแล้วก็ต้องรับผิดชอบในหน้าที่

ทำงานวนไปวนมา สมองมีภาพเหตุการณ์มากมายไหลเข้ามาในหัว
คำพูดจากสายทางไกลเมื่อกี้ ยังคงก้องอยู่ในหู
ไม่จริง มันต้องไม่จริง ไม่ใช่แน่ๆ คงเข้าใจอะไรผิดไป


สามโมงเสร็จงาน เดินไปขึ้นรถเมล์กลับบ้าน ด้วยความรู้สึกหวิวๆ ลอยๆ
ความรู้สึกที่ว่า มันต้องไม่จริงวนเวียนอยู่ในหัว
ไม่ใช่หรอก แม่เรายังแข็งแรง ยังคุยโทรศัพท์กันดีดีอยู่เลย
แม่ต้องอายุยืนสิ แม่ต้องอยู่กับเราไปอีกนาน



............................................






พี่อ้อจัดการเรื่องตั๋วเครื่องบินให้
มีไฟลท์เร็วสุดทุ่มครึ่งวันอาทิตย์
เกือบสิบชั่วโมงบนเครื่อง ทรมานกว่าทุกครั้งที่ต้องเดินทาง

ไฟลท์ดีเลย์
ถึงสุวรรณภูมิตีสอง ช้าไปชั่วโมงนึง


.................................




สิบเอ็ดโมงห้านาที
ได้เวลาขึ้นเครื่องอีกครั้ง

หนึ่งชั่วโมงสามสิบนาที จากกรุงเทพฯ ไปหาดใหญ่
เป็นการเดินทางกลับบ้าน ด้วยความรู้สึกปวดใจเป็นที่สุด
ทันทีที่ล้อกางแตะพื้นรันเวย์
หัวใจเหมือนโดนบีบ
ความรู้สึกที่ว่า เรากำลังจะต้องเผชิญหน้ากับความจริง
ความรู้สึกที่ว่า เราหมดเวลาที่จะหลอกตัวเองแล้ว
สิ่งที่ต้องทำตอนนี้ คือเข้มแข็งให้ได้มากที่สุด
มีอะไรอีกหลายอย่างที่รอให้เรามาจัดการ


.............................





ทันทีที่รถเลี้ยวเข้าประตูวัด ใจเหมือนจะเต้นไม่เป็นจังหวะ
พอก้าวขาเข้าไปในศาลา ใจภาวนาขอให้ทุกสิ่ง
เป็นเรื่องผิดพลาด ขอให้นี่เป็นเพียงแค่ฝันไป
จนกระทั่งก้าวไปยืนอยู่หน้ารูปแม่
ก็ได้แต่ถามตัวเองซ้ำๆ ว่านี่แม่จากเราไปแล้วจริง ๆ เหรอ
เราจะไม่ได้กอดแม่อีกแล้วจริง ๆ เหรอ
เราจะไม่ได้ยินเสียงแม่อีกแล้วจริง ๆ เหรอ
น้ำตาไหล นั่งมองรูปแม่อยู่อย่างนั้น เนิ่นนาน


.................................




บ้านเรา เป็นร้านขายของอยู่ใกล้กับโรงเรียนประถม
แม่เป็นแม่ค้าประเภทสปอย์ลูกค้ามากมาย
สรรหาทุกอย่างที่ลูกค้าอยากได้

ลูกค้าของแม่มีตั้งแต่เด็กสามขวบ ไปยันคนแก่ถือไม้เท้า
ทุกเช้าก่อนโรงเรียนเข้า แม่จะถูกรุมด้วยเด็กเล็ก เด็กโต เต็มร้านไปหมด
บ่ายสามหลังโรงเรียนเลิก แม่จะโดนห้อมล้อมอีกครั้ง


เวลาเรากลับบ้านไป จะรู้สึกได้ว่า แม่เป็นขวัญใจวัยซน
เด็กทั้งโรงเรียน ไม่มีใครไม่รู้จักแม่
พ่อแม่ของเด็กๆ ที่มาซื้อของที่ร้าน ค่อนข้างไว้ใจแม่
เพราะแม่เป็นแม่ค้า ที่มีสปิริตในความเป็นแม่
ให้ความรู้สึกเหมือนเด็กเหล่านั้นเป็นลูกเป็นหลาน

เคยเห็นแม่ขายของให้เด็ก เด็กถือเงินมายี่สิบบาท
เลือกหยิบแต่ของเล่นจนครบจำนวนเงิน
แม่บอกเด็กน้อยไปว่า ซื้อของเล่นแค่นี้พอลูก
ที่เหลือแบ่งไปซื้อนมซื้อขนมกินด้วยดีกว่า
จะได้มีของเล่นด้วยอิ่มท้องด้วย

แม่มีความสุขกับการได้เจอเด็กๆ ทุกวัน
พอปิดเทอมแม่ก็จะเหงาๆไป แต่ก็ยังพอมีเด็กที่มาเรียนพิเศษ
ให้แม่ได้คุยบ้าง


...............................




ทุกครั้งที่กลับบ้าน
เราจะได้กินกับข้าวอร่อย ๆ ฝีมือแม่ทุกวัน
แค่รู้ว่าลูกจะกลับบ้าน แม่จะเตรียมทุกสิ่งอย่างที่ลูกอยากกินไว้ให้
ทำความสะอาดห้อง ซักผ้าห่ม ปลอกหมอนไว้ให้หอมๆ
บ้านเรายุงเยอะ แล้วเราก็แพ้ยุง
เวลาโดนกัดจะเป็นตุ่มแดง ๆ โต ๆ
แม่จะคอยทายาให้ตามแขน ตามขา
แม่จะดูแลเหมือนเรายังเป็นเด็กเสมอ


ทุกครั้งที่เหนื่อย ท้อ ไม่ว่ากับเรื่องอะไร
เพียงแค่หยิบโทรศัพท์กดเบอร์ที่บ้าน
ก็จะได้รับพลังใจกลับมาเสมอ ๆ


ไม่มีอีกแล้วนับจากนี้



...............................






ตามที่ได้ฟังจากคำบอกเล่าของลุงวิทย์และน้าๆ
เช้าวันนั้น ลุงวิทย์ตื่นนอนตั้งแต่ตีห้าตามปกติ
ลงมาชั้นล่างนั่งดูข่าว
พอเริ่มสาย ก็ชักเอะใจว่าทำไมแม่ยังไม่ตื่น
แต่ก็คิดไปเพียงว่า วันนี้วันเสาร์โรงเรียนหยุด
แม่คงอยากพักผ่อนอีกหน่อย


สายมากแล้ว เลยกลับขึ้นไปเพื่อจะปลุกแม่
ลุงบอกว่าแม่ตัวเย็นและเริ่มแข็งแล้ว
มันอาจจะเป็นเพราะนอนห้องแอร์ด้วยหรือเปล่าก็ไม่รู้


น้าสาวบอกว่า ตอนขึ้นไปดูแม่ที่ห้องนอน
เหมือนแม่นอนหลับปกติ หน้าแม่อมยิ้มน้อย ๆ
และท่านอนเหมือนเด็กเล็กๆ

หลายคนบอกว่า แม่มีบุญ จากไปอย่างสงบ ไม่ทรมาน



.................................





ก่อนหน้านี้สักปีกว่า แม่เริ่มป่วยด้วยโรคไทรอย์ดเป็นพิษ
แต่ก็รักษามาเรื่อยๆ จนแทบจะหายดีแล้ว
คืนวันศุกร์ ก่อนที่แม่จะจากเราไป
ลุงบอกว่า แม่กินยาก่อนนอน
เป็นยาที่ไปซื้อมาจากร้านขายยาทั่วไป
เท่าที่อ่านดู เป็นยาแก้แพ้ทั่วไป
แม่กินไปคืนนั้น เป็นเม็ดที่สี่แล้ว

น้าสาวเล่าว่า ตอนที่อาบน้ำให้แม่
แม่มีผื่นแดงตามตัว เหมือนอาการของคนแพ้ยา
เราไม่รู้ว่าแม่แพ้ยาตัวนี้
หรือยาตัวนี้มีผลข้างเคียงกับยาไทรอยด์ที่แม่กินอยู่

หากเป็นการจ่ายยาจากโรงพยาบาลหรือคลีนิก
เราคงอยากเอาผิดกับหมอไปแล้ว
แต่นี่...แม่ไปซื้อยาจากร้านขายยา ที่มีแค่เภสัชกรมากินเอง
ถึงเราจะทำอะไรไป แม่ก็ไม่กลับมาอยู่ดี




................................




อยากให้การจากไปของแม่เรา
เป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ที่ตามอ่านบล็อก
หันกลับไปดูแลคนที่รักให้ดีดี
ใส่ใจกันให้มาก ใช้เวลาร่วมกันให้มาก


เราเคยรับรู้เรื่องราวของคนที่เสียคนรัก
แล้วพร่ำบอกคนอื่นว่า อย่ารอให้มันสายเกินไป
ก็ได้แค่รับฟัง เพราะคิดว่ามันจะไม่เกิดขึ้นกับเราตอนนี้หรอก
มันคงยังอีกนาน เราคงยังมีเวลา

สุดท้าย วันนี้ก็ต้องมารู้สึกเสียใจ
ที่ยังไม่ได้ดูแลแม่ให้สมกับที่เลี้ยงดูเรามา
ที่ยังไม่ได้ตอบแทนแม่ให้มากพอ เท่าที่ลูกคนนึงควรจะทำ




.................................



25 ธันวาคม 2009

บ่ายโมงสี่สิบห้า
เป็นครั้งสุดท้ายที่ได้เห็นหน้าแม่
แม่เหมือนคนนอนหลับไป มีเพียงแก้มที่ดูบวมกว่าปกติ
เหมือนคนเป็นคางทูม เท่านั้นเอง

ช่วงเวลาที่เขายกกล่องสี่เหลี่ยมใบที่มีร่างแม่อยู่ ใส่ไปในเตานั้น
เหมือนหัวใจถูกบีบซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ทำได้เพียงแค่กอดรูปแม่ไว้จนแน่น
แล้วพารูปแม่กลับบ้าน



................................




26 ธันวาคม 2009

7 โมงเช้า พิธีเก็บกระดูก
ท้ายที่สุด คนเราก็เหลือเพียงเท่านี้เอง
ขอให้ดวงวิญญาณของแม่ ไปสู่ภพภูมิที่ดีนะคะ



...............................




30 ธันวาคม 2009


จัดการธุระบางส่วนเสร็จเรียบร้อย
โทรเช็คตั๋วขอเลื่อนวันกลับ
ไม่อยากอยู่นานไปกว่านี้ ก่อนที่จะหมดแรง
ขอกลับไปหาที่พักใจ สักหน่อย



...............................





31 ธันวาคม 2009


ทุ่มครึ่ง @ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
คืนข้ามปีของปีนี้ เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน
ไม่ได้อยู่กับครอบครัว ไม่ได้อยู่กับคนรัก

เพื่อนที่มาส่งบอกว่า เดินทางข้ามปีเลยนะเนี่ย
ไม่รู้บนเครื่องจะมีเคาน์ดาวน์กันหรือเปล่า
อย่าลืมเล่าให้ฟังด้วยนะ

หวังให้บนเครื่องมีงานรื่นเริงเหมือนกัน
เผื่อจะทำให้เราไม่อ้างว้างเกินไปนัก
แต่ก็มีเพียงแค่เสียงหล่อ ๆ ของกัปตัน
ตอนสองทุ่มตามเวลาไทย พูดผ่านไมค์ ว่าตอนนี้
ประเทศแรกที่เริ่มนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่กันแล้ว
ก็คือจุดหมายปลางทางของพวกเรา ประเทศออสเตรเลีย
ขอให้ทุกคนมีความสุข Happy New Year

ขอบคุณคะคุณกัปตัน



...............................





5 มกราคม 2010 @sydney


กราบเท้าแม่ที่เคารพรัก
หนูมักจะขึ้นต้นจดหมายถึงแม่ ด้วยคำนี้เสมอ
ในสมัยที่โลกยังไม่ไฮเทคขนาดนี้
แต่พอเรามีการสื่อสารที่ง่ายขึ้น
หนูก็ไม่เคยได้เขียนจดหมายหาแม่อีกเลย
มีบ้างก็แค่การ์ดอวยพรตามเทศกาล


แม่เป็นยังไงบ้างคะ หนูมีมากมายหลายคำถามที่อยากจะถามแม่
ทำไมแม่ใจร้าย ทิ้งหนูไปกระทันหันแบบนี้
แม่คะ หนูขอโทษ ที่หนูอยู่ไกลเกินกว่าจะกลับมาทันรดน้ำศพแม่
หนูขอโทษ ที่หนูไม่ได้เป็นคนอาบน้ำแต่งตัวให้แม่
ก่อนบรรจุลงไปในกล่องแคบๆ ใบนั้น


หนูขอโทษ กับทุกๆ สิ่ง ที่หนูทำให้แม่ไม่สบายใจ
หนูรู้ว่าทุกอย่างมันสายเกินไปแล้ว
แต่อย่างน้อย หนูแค่อยากให้แม่รู้ว่าหนูรู้สึกเสียใจ
หนูไม่รู้ว่าสิ่งที่หนูและครอบครัวทำให้แม่หลังจากที่สิ้นลมไปแล้ว
แม่จะได้รับมั้ย


แต่ในความรู้สึกของหนู แม่น่าจะได้ไปอยู่ในที่ที่ดี
แม่เป็นผู้ให้มาตลอด ไม่ว่าจะกับครอบครัวหรือคนรอบข้าง
แม่รู้มั้ย ว่ามีแขกมาร่วมอาลัยมากมายเลยนะ


ในขณะที่หนูอยู่ในงานศพ สิ่งนึงที่ทำให้หนูรู้สึกดีขึ้นมาได้บ้าง
คือผู้คนที่มาร่วมงาน ไม่ว่าจะเป็นญาติพี่น้อง
เพื่อนบ้าน หรือแค่คนรู้จัก
เค้าจะพูดถึงแม่ด้วยความอาลัย แม่เป็นคนดี จริงใจ
มีน้ำใจกับคนรอบข้างเสมอ


น้องเก่ง หลานสาวของแม่เดินเข้ามาหาหนูในคืนวันที่ 5
พร้อมกับยื่นซองสีขาวให้หนู
น้องบอกว่า จากคุณครูและเพื่อน ๆ ป.6 ที่โรงเรียน

หนูเพิ่งรู้ว่าน้องเก่งยังเรียนอยู่ที่โรงเรียนใกล้บ้าน
ที่มีลูกค้าวัยซนของแม่เต็มไปหมด


น้องหลี หลานสาววัย 3 ขวบของแม่
ถามหนูตอนที่หนูพาแกไปเคารพศพว่า
ทำไมแม่ไม่คุยกับน้องหลี
หนูตอบน้องไปว่า นั่นเป็นรูปคะ แม่นอนอยู่ในนี้
น้องถามต่อว่า ทำไมไม่ตื่นสักที เห็นนอนตั้งนานแล้ว
หนูตอบน้องไปว่า แม่เหนื่อย อยากนอนพักแล้วคะ
น้องถามต่ออีกว่า แล้วเมื่อไหร่จะตื่น
หนูอึ้งไป เพราะหนูไม่รู้จะตอบน้องยังไง
เลยถามกลับไปว่า ทำไมน้องหลีอยากให้แม่ตื่นละคะ
น้องตอบหนูว่า จะได้มาเล่นกัน
หนูได้แต่มองหน้าน้อง แล้วยิ้มทั้งน้ำตา


แม่คะ หนูดีใจที่อย่างน้อย ช่วงที่แม่ยังมีชีวิตอยู่
เราได้มีโอกาสบอกรักกันบ่อย ๆ
แสดงออกซึ่งความรักกันบ่อย ๆ
หนูดีใจที่ทุกครั้งที่กลับบ้าน
หนูได้มีโอกาสนำพวงมาลัยไปกราบเท้าแม่
หากในตอนนั้น หนูมัวแต่เขินอาย และไม่กล้าทำ
วันนี้ หนูคงเสียใจมากกว่านี้


แม่คะ เราจะเกิดมาเป็นแม่ลูกกันอีกนะคะ
ขอให้หนูได้มีโอกาสทดแทนคุณแม่
ขอให้หนูได้มีโอกาสเป็นลูกของแม่.. อีกครั้ง

หนูรักแม่คะ




.........................





ถึง พี่อ้อ

กำลังใจที่สำคัญที่สุด ในวันที่อ่อนแอที่สุด
ขอบคุณที่พี่ช่วยเป็นธุระจัดการอะไรหลายๆ อย่างที่นี่ให้
ถึงแม้ว่าพี่จะไม่ได้ตามไปอยู่ข้าง ๆ กัน
แต่ก็รับรู้ได้ถึงความรักและห่วงใยที่มีให้มากมายเสมอ
ขอบคุณที่พยายามทำให้ยิ้มและหัวเราะได้
ขอบคุณอ้อมกอดที่อบอุ่น และมือที่คอยเช็ดน้ำตาให้

รักพี่อ้อคะ


.............................





ถึง กัลยาณมิตรทั้งหลาย

ขอบคุณปิ่น เอี้ยง
ที่ทำให้เราไม่รู้สึกอ้างว้างในวันที่เขาเอาร่างกายของแม่ไป
ขอบคุณที่เป็นสารถีพาไปจัดการธุระหลาย ๆอย่างให้

ขอบคุณเก๋ ที่ตั้งใจมารอรับโดยไม่บ่นสักคำแม้เครื่องจะดีเลย์
ขอบคุณสำหรับที่พักในกรุงเทพ และบริการรับส่ง
ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือด้านกฏหมายหลาย ๆเรื่อง

ขอบคุณแอน ที่ไปซื้อของ หิ้วของ เป็นเพื่อนให้หายเศร้า

ขอบคุณความห่วงใยออน์ไลน์ผ่านตัวหนังสือ
จากเพื่อนๆ ชาวบล็อกทั้งหลาย

ขอบคุณพี่ข้าว kzybear ที่คอยตามอ่านบล็อกทุกหน้า
และส่งเมล์มาแสดงความห่วงใย ทั้งๆ ที่เราไม่เคยรู้จักกัน


รู้สึกดีคะ อย่างน้อยมิตรภาพเหล่านี้ ก็ทำให้โลกใบนี้ ไม่โหดร้ายจนเกินไป



...............................




และคงมีที่สักวันหนึ่ง ฉันจะเข้มแข็ง

ถึงแม้ไม่รู้ต้องนาน..ซักเท่าไร


20 ความคิดเห็น:

  1. ยังอ่านไม่จบเลย ไม่กล้าอ่านต่อ รู้สึกช็อค และ เสียใจด้วยมาก ๆ นะเพื่อน
    รู้สึกเสียใจ รู้สึกผิด...ที่ตัวเองไม่มีโอกาสได้ช่วยอะไรเพื่อนได้เลย เข้มแข็งไว้นะ เป็นกำลังใจให้เพื่อนเสมอ

    ตอบลบ
  2. ขอแสดงความเสียใจกับการจากไปของคุณแม่ด้วยค่ะ

    Memories keep those you love, close to you forever.

    เข้มแข็งนะ

    ตอบลบ
  3. ..........
    ..............

    เข้มแข็งไว้นะครับ
    เวลาแบบนี้ เป็นเวลาที่เราทุกคนต้องเจอในวันใดวันหนึ่ง

    .........
    .........

    ผมก็เป็นไทรอยย์เป็นพิษเหมือนกัน...
    กินยามา 5 ปีแล้ว...

    (จะบอกเพื่อ??? ไม่รู้ดิ)

    .........
    ..............

    ผมก็เคยผ่านช่วงชีวิต ที่ได้รับข่าวการสูญเสียเหมือนกัน
    เมื่อ 3 ปีก่อน คุณยายเสีย..
    ยายเป็นคนเลี้ยงผมมา

    ตอนนั้น พอรู้ข่าว พยายามโทรหาแฟน(สมัยนั้น) เป็นสายซ้อน
    พยายามอยู่สัก 20 miss call เพื่อให้รู้ว่าด่วนจริงๆ ก็ไม่รับ..
    ต้องโทรหาคนอื่น แล้วให้โทรไปบอกแฟน(สมัยนั้น) ให้บอกข่าวนี้ให้ที... ฝากบอกทีว่าผมกำลังจะรีบขับรถกลับราชบุรี ในเวลามืดมากแล้ว...

    คุณยังดี ที่มีคนรัก รับสายทันทีในเวลาแบบนั้น
    ผมไม่มีหว่ะ...
    แล้วคนนั้น ก็ใช้เวลาสวด 7 วันที่ผมต้องอยู่ราชบุรี
    มีคนใหม่เรียบร้อย...

    (แล้วผมจะมาเล่าเพื่อ...???)

    แค่อยากให้คุณมองดูว่า รอบๆ ตัวคุณ
    ยังมีคนที่คุณรัก และรักคุณ อยู่อีกไม่น้อย

    (เม้นท์ยาวอย่างกะเขียนได)

    สู้ๆ นะ

    ตอบลบ
  4. คุณโอ๊ตเก่ง เม้นท์ได้ยาว ๆ เมื่อกี้คุย M กับต้าเราได้แต่อึ้ง ช็อค พิมพ์อะไรไม่ออก แต่เราคิดว่าเพื่อนคงรับรู้และสัมผัสได้ถึงกำลังใจ ที่มีให้เสมอ

    ตอบลบ
  5. ^
    ^
    คุณเป็ดเชื่อมั้ย...

    ผมอ่านเอง แล้วตะหงิดๆ ว่าน่าจะ Edit ใหม่สักรอบ...

    ดูจะเอาเรื่องตัวเอง มาเม้นท์ ไม่เกี่ยวกับคุณต้าร์ตรงไหน

    (แอบอายตัวเอง)

    คุณเป็ดชมงี้...

    ผมอาย 2X

    ...........
    ...............

    หวังว่าคุณต้าร์ จะเข้าใจเจตนาผม

    เหอๆ

    ตอบลบ
  6. ยากที่จะทำใจ จริงๆ ค่ะ
    เข้มแข็ง นะคะ คุณต้า

    คุณแม่จะได้ ไม่ห่วง หากเราอ่อนแอ
    คุณแม่ท่านมองลงมาจะกังวลนะคะ

    ไม่พูดเยอะนะคะ ไม่อยากสะกิดรอยที่ยังคงเจ็บอยู่

    BE STRONG NA KA

    ปล. ดีใจ กับมิตรภาพดีๆ เช่นกันค่ะ

    ตอบลบ
  7. เสียใจด้วยนะคะ

    คุณแม่คงไปเป็นนางฟ้า คอยดูแลคุณต้าอยู่แน่ๆ ค่ะ

    ตอบลบ
  8. คุณต้าร์ เสียใจด้วยนะคะ เข้มแข็งนะคะ จะเป็นกำลังใจให้ค่ะ

    ***************************************

    ตอบลบ
  9. ไม่ระบุชื่อ6 มกราคม 2553 เวลา 06:32

    ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ คุณแม่ของคุณต้าท่านไปสบายแล้วค่ะ

    เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาแล้วเข้าใจค่ะว่ามันเป็นยังไง มันต้องใช้เวลา แต่สุดท้ายเราก็จะอยู่ได้ มีเป็นบ้างครั้งคราวที่คิดถึงหรือเจอใครที่เป็นแบบนี้ก็รู้สึกเศร้า แล้วก็น้ำตาไหลตามไปด้วย (แอบร้องไห้ตามไปด้วยเลยอ่ะ)

    เข้มแข้งไว้นะคะ คุณแม่จะคอยคุ้มครองคุณต้าค่ะ

    big_birdy

    ตอบลบ
  10. ไม่ระบุชื่อ6 มกราคม 2553 เวลา 13:14

    ติดตามอ่านเรื่องราวของคุณตั๊กและเพื่อนๆอยู่เป็นประจำค่ะ ปัจจุบันก็ทำงานอยู่ต่างประเทศเหมือนกัน ไม่ได้ดูแลคุณแม่อยู่ใกล้ๆ แต่ก็ส่งเงินให้ท่านทุกเดือน ปีใหม่ที่ผ่านมาก็ไม่ได้กลับไปเมืองไทย เพราะเอาเงินเก็บไปซื้อทีวีเป็นของขวัญวันปีใหม่ให้ท่านแทน ตอนที่คุณยายเสีย เวลานั้นเราอยากทำอะไรให้ท่านมากมาย แต่ก็ยังเด็ก ตอนนี้ก็พยายามดูแลคุณแม่เป็นอย่างดี เท่าที่จะทำได้ อ่านเรื่องราวของคุณต้าร์แล้วทำให้นึกว่าจริงๆ ยังมีอีกหลายเรื่องที่เราน่าจะทำให้แม่ได้อีก แต่ก็ยังไม่ได้ทำ จะพยายามให้คุณแม่มีความสุขมากๆค่ะ

    อยากให้คุณต้าร์เข้มแข็งนะคะ เชื่อว่าไม่ว่าคุณต้าร์จะอยู่ที่ใด คุณแม่จะอยู่ใกล้ๆในใจคุณต้าร์ คอยคุ้มครองและกอดคุณต้าร์ให้เข้มแข็งอยู่เสมอ เวลาที่คุณต้าร์คิดถึงคุณแม่ ณ เวลานั้นคุณแม่เองก็คิดถึงคุณต้าร์เช่นกันค่ะ

    และดีใจด้วยนะคะ ในเวลาที่คุณต้าร์เศร้า คุณอ้อคอยดูแลอย่างดี

    ตอบลบ
  11. เข้มแข็งนะคะ คุณแม่ไปสบายแล้ว

    คุณต้าสู้ๆนะ คุณแม่จะได้สบายใจนะ

    ตอบลบ
  12. ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งคับกับการจากไปของ คุณแม่ คุณ

    v
    v
    v
    v
    v
    อ่านข้อความแล้ว สะท้อนเข้าไปถึงตัวเอง

    ที่ไม่มีโอกาสแม้แต่จะไปงานศพของผู้ให้ชีวิตของผมเอง v_v

    ตอบลบ
  13. ไม่ระบุชื่อ6 มกราคม 2553 เวลา 18:26

    เสียใจด้วยนะคะ เข้มแข็งนะคะพี่







    Patty

    ตอบลบ
  14. อืม อ่านทุกอย่าง หลังจากที่เราได้คุยกัน เป็นกำลังใจให้เช่นกันนะ

    ขอไปพักใจแป๊บนะ เกิดความรู้สึกบางอย่างกับตัวเอง

    กินข้าวเยอะ ๆ นะ เดี๋ยวจะไม่สบายจ๊ะ

    ตอบลบ
  15. ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ ขอให้คุณเข็มแข็งและผ่านพ้นช่วงเวลาที่ร้ายนี้ไปได้นะคะ

    ----
    อ่านไดคุณแบบเงียบๆ มาพักใหญ่ๆ แล้วคะ เพิ่งทราบวันนี้เองว่า คุณเป็นคนหาดใหญ่ บ้านเดียวกับเรา เป็นกำลังใจให้นะคะ

    ตอบลบ
  16. ขอแสดงความเสียใจจากหัวใจครับคุณต้า
    ไม่รู้จะพูดยังไงดี อ่านไปน้ำตาจะไหลไป
    เอาเป็นว่า ผมขอให้คุณต้ารักษาตัวรักษาใจให้เข้มแข็งให้ผ่านไปได้ด้วยดีนะครับ
    คุณแม่อยู่ไม่ไกล ในหัวใจเราเอง
    ต้องดูแลตัวเองให้ดีมากขึ้นหลายๆเท่านะครับ

    ตอบลบ
  17. เสียใจด้วยนะคะ .. เข็มแข็งน๊า

    ... สู้ สู้ ...

    ตอบลบ
  18. ....ขอเแสดงความเสียใจด้วยนะค่ะ....
    ....เราเข้าใจความรู้สึกคุณต้าร์ค่ะว่าเป้นอย่างไร.....
    .....เราก้อสูญเสียคุณแม่ไปคล้ายๆกับคุณต้าร์.....
    .....ได้รับข่าวจากทางบ้าน ก้อตกใจมึนงงไปหมดเหมือนกันค่ะ....
    .....งั้ยก้อขอให้คุณต้าร์ ดูแลสุขภาพกายและสุขใจให้ดีนะค่ะ....

    ตอบลบ
  19. ขอแสดงร่วมแสดงความเสียใจด้วยค่ะ

    เข็มแข็ง ๆ นะค่ะ ขอให้มีกำลังใจเร็วๆนะค่ะ

    ยังไงท่านก็มองดูเราตลอดเวลา ท่านอยู่ในความทรงจำเราเสมอมา

    ขอส่งกำลังใจด้วยคนนะค่ะ

    ตอบลบ
  20. ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ

    แม่คุณต้าหลับสบายแล้วเค้าไม่ทรมานแล้วนะคะ

    ถึงท่านจะไปแล้วไม่กลับมา..แต่ท่านก็ยังอยู่ในใจคุณต้านะ

    เพียงแค่หลับตาและนึกถึง..คุณต้าก็จะเจอท่านนะคะ

    เข้มแข็งนะคะ....

    ตอบลบ